บทวิเคราะห์: ราชาแห่งราชัน

Reviewer: Woratana [http://woratana.exteen.com/]

หลายคนอาจงงว่า ราชาแห่งราชัน เนี่ย ชื่อเกมหรือเปล่า คำตอบคือ ใช่ ครับ แล้วก็อาจมีคนสงสัยว่านี่เป็นบทวิเคราะห์เกมใช่ไหม ขอตอบว่า ไม่ใช่ ครับ

เรื่องนี้เป็นนิยายแปลในเครือสนพ.สถาพรบุ๊คที่คุณ ๆ คงคุ้นหูกันดี (ถ้าไม่รู้จักสถาพรฯ ก็น่าจะรู้จักบารามอส สนพ.เดียวกันครับ) ซึ่งเรื่องนี้สนพ.ทุ่มทุนคลอดออกมาทีเดียว 4 เล่มรวดในงานหนังสือต้นปี50 ดีที่หนึ่งเล่มหนาไม่มากนัก ราว 160 หน้า ราคาก็ประมาณ 140 บาท ถ้าซื้อครบเซ็ตในงานหนังสือยังมีแถมสมุดด้วย

หลังจากที่พี่ที่บู๊ทหว่านล้อมให้ผมเหมาเรื่องนี้ยกเซ็ต เรื่องนี้มีคนติดใจขนาดซื้อเล่มแรกไปแล้วยังต้องกลับมาซื้ออีกสามเล่มเลยนะน้อง พี่แกบอกประมาณนี้ ตอนแรกผมหยิบเล่มหนึ่งอย่างเดียว สุดท้ายตัดสินใจซื้อไปสองเล่มจนได้

พล่ามไปหนึ่งย่อหน้ากลัวว่าจะเบื่อกันเสียก่อน เข้าเรื่องเลยแล้วกัน นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เกมออนไลน์ ซึ่งหาได้ยาก (มากๆ) ในประเทศไทย เรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่งนามว่า เฉินเฟิง ได้เข้าไปเล่นเกมออนไลน์ชื่อดัง ราชาแห่งราชัน เกมนี้เปิดบริการมาร่วมปีแล้ว และมีผู้ออนไลน์กว่าหนึ่งล้านคน เฉินเฟิงได้พบสิ่งต่าง ๆ มากมายในโลกเกมออนไลน์แห่งนี้

เอาล่ะครับ หมดหน้าที่ของผม (Woratana) แล้ว ต่อไปขอเชิญคุณเพเทล และคุณเร็กซ์ ออกมาวิเคราะห์นิยายได้เลยครับ!

*ทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวของผู้เขียน ผู้เขียนจะเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของคุณ แต่คุณก็ต้องเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนเช่นกันนะครับ!

*Spoil Warning! ระวังโดนสปอยล์!

(ม่านสีแดงค่อย ๆ เปิดขึ้น พบชายสองคนนั่งอยู่บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสาร คนหนึ่งเป็นเด็กหนุ่มยิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนอีกคนเป็นชายวัยกลางคนหน้าเถื่อนเหมือนเพิ่งไปวางระเบิดรถถังมา)

Petale: สวัสดีฮะ ผม เพเทล และ...

ReX: ข้า เร็กซ์ เราจะมาทำหน้าที่วิเคราะห์นิยายเรื่องนี้ ราชาแห่งราชัน

Petale: ผมเพิ่งมาทำงานครั้งแรก ฝากตัวด้วยนะครับ~

ReX: ฮ่า ฮ่า สุภาพดีนี่ ไอ้หนู ว่าแต่จะเริ่มวิเคราะห์จากอะไรก่อนล่ะ

Petale: เริ่มจากเรื่อง ปก แล้วกันครับ

(เร็กซ์คว้าหนังสือ ราชาแห่งราชัน เล่มหนึ่งกับเล่มสองขึ้นมาดู)

ReX: ภาพสวยเหมือนกันนี่ เส้นพลิ้วมาก อืม ไม่เลวเลย

Petale: ปกเล่มสามผมว่าสวยที่สุดแล้วล่ะ เสียที่ปกหลังดันทำเหมือนกันหมดเลย

(เร็กซ์หยิบหนังสือสองเล่มมาดูอีกครั้ง)

ReX: มีเล่มสามด้วยเหรอ ไหนล่ะ เห็นแต่เล่มหนึ่งกับสอง

Petale: (ยิ้มแหะ ๆ) ไม่มีหรอกครับ แต่ปกในด้านหลังมีรูปปกครบทุกเล่มอยู่น่ะครับ

ReX: เอ้อ จริงด้วยแฮะ...

Petale: หัวข้อต่อไปที่เราต้องวิเคราะห์ก็คือ ชื่อเรื่อง ฮะ

ReX: ราชาแห่งราชัน.. อืม คุ้น ๆ นะว่ามั้ย

Petale: ราชา-ราชัน.. King อ้อ! ชื่อเหมือนเกมออนไลน์ที่มีมาตั้งนานแล้วแต่ไม่ค่อยดังไงล่ะครับ ชื่อ King of Kings นี่แหละ

ReX: แต่ชื่อภาษาอังกฤษของเรื่องนี้ เค้าใช้ Lord แทน King นี่นา

Petale: จงใจตั้งหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ หรือมันจะแค่บังเอิญ...

ReX: เอาเถอะน่า ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก เดี๋ยวคนอ่านเขาก็เอาไปคิดต่อเองนั่นแหละ ไปหัวข้อต่อไปกันเลย

Petale: โยนให้คนอ่านเฉยเลยนะครับ เอางั้นก็ได้ หัวข้อต่อไปคือ เนื้อเรื่อง ครับ

ReX: เนื้อเรื่อง? หมายถึงพลอตเรื่องน่ะเหรอ

Petale: ประมาณนั้นแหละครับ คุณเร็กซ์คิดว่าเนื้อเรื่องดีหรือไม่ดียังไงบ้าง วิเคราะห์ของเล่มหนึ่งก่อนแล้วกันครับ

ReX: ข้าพูดก่อนเหรอ.. ข้าคิดว่าเนื้อเรื่องมันเรียบง่ายไปหน่อยนะ ไม่มีอุปสรรคให้คนอ่านลุ้นเลย คนเขียนเสนอแต่ระบบเกมมากเกินไป ข้าอ่านแล้วกร่อยสุด ๆ เลยล่ะ

Petale: แหม จะพูดขนาดนั้นก็เกินไปครับ เค้าเรียกตัวเอกโชคดีต่างหาก นิยายทุกเรื่องตัวเอกต้องเผชิญกับปัญหา แต่เรื่องนี้ตัวเอกมีชีวิตสุขสบาย อ่านแล้วก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่งนะครับ

ReX: นิยายส่วนใหญ่น่ะ จะมีคนจดจำหรือไม่ก็วัดกันที่จุดสูงสุดของเรื่องที่เรียกว่า ไคลแม็กซ์ นั่นแหละ นิยายเรื่องนี้ไม่มีไคลแม็กซ์ที่เด่นชัด ข้ายังไม่รู้เลยว่าเล่มหนึ่งจุดสูงสุดของเรื่องอยู่ตรงไหน ถึงได้บอกว่าเรียบง่ายเกินไปไงล่ะ

Petale: ครับ ๆ ผมก็เข้าใจอยู่หรอก แต่พูดเกินไปเดี๋ยวคนแต่งจะหมดไฟเอานะครับ

ReX: อย่าลืมสิ เรื่องนี้เป็นนิยายแปล คนแต่งไม่ใช่คนไทย อ่านคำพูดเราไม่ออกหรอก

Petale: อ่า นั่นสินะครับ งั้นมาวิเคราะห์เล่มสองกันต่อเลยครับ คุณเร็กซ์คิดว่าแตกต่างจากเล่มหนึ่งยังไงบ้าง

ReX: คราวนี้ให้นายพูดก่อนแล้วกัน เจ้าหนู

Petale: ครับ.. ผมคิดว่าเล่มสองเนื้อเรื่องดูมีสีสันขึ้นครับ ดวงที่ดีสุด ๆ ของตัวเอกเริ่มตกลงมาบ้างแล้ว เลยเจออุปสรรคที่ลำบากมากขึ้นอีกหน่อย เล่มนี้พูดถึงเรื่องสมาคมมากขึ้นครับ ผมเดาว่าต่อไปตัวเอกต้องมีสมาคมของตัวเองไปรบกับฝ่ายตรงข้ามในศึกชิงดินแดนอะไรเทือกนี้แน่เลย แล้วบางทีอาจได้ยอดฝีมือหลายคนอย่างพวกนินจามาร่วมด้วยก็ได้

ReX: ก็เหมือนเกมแร็กนาร็อคที่มีกิลวอร์สินะ อืม เป็นไปได้ ..จะว่าไปก็อิจฉาตัวเอกจริง ๆ มีแต่ผู้หญิงรุมล้อม ฮึ่ม แฮ่!

Petale: ผมก็อิจฉาเหมือนกันล่ะครับ แต่ไม่ใช่เรื่องสาว ๆ นะ อิจฉาที่เขาเจอแต่ตัวละครมีน้ำใจต่างหาก ตัวเอกใจดีให้ของฟรีก็ไม่ยอมรับ ต้องจ่ายเงินคืนให้ได้ ไม่ยอมให้ตัวเอกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเลย

ReX: ฮ่า ฮ่า สังคมเกมต่างประเทศคงสะอาดใสมากเลยสินะ ดีกว่าในไทยตั้งเยอะ เอ นี่นายจะบอกว่าตัวละครไม่มีมิติหรือเปล่าเนี่ย ทุกคนทำตัวเหมือนกันหมด

Petale: ป..เปล่านะครับ คือ..จะว่าไป..มันก็จริง

ReX: ตัวเอกเขาดวงดีมากเกินไปไงล่ะ เจอแต่สิ่งดี ๆ หรือบางทีเหมือนจะร้ายแต่ก็กลายเป็นดี คล้าย ๆ ไข่ในหินของคนเขียนอะไรประมาณนั้น รู้สึกว่ายังไม่เคยโดนฆ่าตาย (ในเกม) เลยนะ

Petale: เอ่อ เรื่องนั้นพอก่อนดีกว่าครับ มาวิเคราะห์เกี่ยวกับตัวละครต่าง ๆ นอกเหนือจากตัวเอกดีกว่า

ReX: รวมพวกมอนสเตอร์ด้วยหรือเปล่าล่ะ

Petale: รวมสิครับ พวกนั้นก็ถือเป็นตัวละครเหมือนกัน

ReX: ข้าคิดว่าชื่อคนกับมอนสเตอร์เหมือนนิยายจีนกำลังภายในไปหน่อยนะ แถมบางชื่อยังแปร่ง ๆ อย่างมอนสเตอร์ระดับราชาที่ตัวเอกเจอ พฤกษไพธอนสารหนูแดง คิดไปได้ยังไงเนี่ย

ReX: แล้วอีกอย่าง ชื่อคนส่วนใหญ่ตั้งได้มีศิลปะมาก (เกินไป) จนไม่คิดว่าเกมออนไลน์ในยุคนี้จะมีใครตั้งชื่อตัวละครแบบนั้น ..หรือที่ประเทศคนเขียนเขาฮิตตั้งชื่อแนวอาร์ตแตกแบบนี้กันหว่า

Petale: โอ พล่ามซะยาวเลยนะครับ สงสัยว่า กลุ่มเป้าหมาย ของนิยายเรื่องนี้เป็นคนที่ชอบนิยายจีนกำลังภายในน่ะครับ เราคงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเลยอ่านชื่อพวกนี้แล้วรู้สึกแปลกไปสักหน่อย

ReX: เรื่องนี้เกี่ยวกับเกมออนไลน์ ต้องเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กวัยรุ่นสิ!

Petale: ก็ไม่แน่นะครับ เอาล่ะ หน้ากระดาษใกล้หมดแล้ว เรื่องคำผิดคิดว่ายังไงบ้างครับ

ReX: ข้าอ่านไม่เห็นเจอเลยนี่ ฝ่ายพิสูจน์อักษรสนพ.นี้ฝีมือดีจะตาย

Petale: ไม่มีจุดไหนที่อ่านติดขัดใช่ไหมครับ

ReX: มีบ้าง สำนวนภาษาในเรื่องบางจุดก็น่าจะแปลมาจากสุภาษิตประเทศต้นฉบับตรง ๆ น่ะ เลยอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ คิดว่าน่าจะใช้สุภาษิตไทยความหมายคล้าย ๆ กันมาเทียบแทน ไม่ก็เรียบเรียงโดยใช้คำที่อ่านแล้วลื่นไหลกว่านี้หน่อย ..อันนี้เป็นเพราะคนแปลนะ แต่เล่มสองเรื่องสำนวนก็ดีขึ้นแล้ว

Petale: คุณเร็กซ์พูดเยอะซะจนไม่เหลืออะไรให้ผมแล้วนะครับ มาที่คำถามรองสุดท้าย..อ่านนิยายเรื่องนี้จบแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ

ReX: พูดแบบนี้ข้าไม่ตอบก็ได้ ชิ~

Petale: อย่าเพิ่งงอนสิครับ เดี๋ยวหลังเลิกงานจะพาไปเลี้ยงพิซซ่านะ

ReX: (ตาเป็นประกาย) รู้ดีเหมือนกันนี่ไอ้หนู ขอถาดใหญ่หน้าซีฟู้ดนะ เอ้อ เมื่อกี้ถามว่าอะไรนะ

Petale: คุณเร็กซ์อ่าน ราชาแห่งราชัน จบแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ

ReX: เล่มบาง เนื้อเรื่องไม่สนุกเท่าไหร่ เป็นนิยายที่อ่านได้เรื่อย ๆ ไม่เครียด (เพราะคนอ่านไม่ต้องลุ้น) ถ้าเอาเล่มหนึ่งกับสองมาพิมพ์เป็นเล่มเดียวน่าจะช่วยกันฉุดไม่ให้น่าเบื่อได้นะ

Petale: ตรงไปตรงมาเกินไปมั้งครับ.. ราคาแค่เล่มละ 140 ถ้าเล่มหนาสนพ.ก็ขาดทุนสิครับ แล้วถ้าพิมพ์รวมกันสองเล่มราคาก็ขึ้น น่าจะขายยากขึ้นนะครับ

ReX: นิยายทั่วไปก็เล่มละ 200-300 บาท ไม่ใช่เหรอ แล้วสนพ.นี้หนังสือก็ไม่แพงด้วย เอาสองเล่มมาพิมพ์รวมกันจะได้ประมาณ 300 หน้า ราคาไม่น่าจะเกินเล่มละ 200-250 บาท

Petale: นิยายแปลคงมีค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายให้ทางโน้น+ค่าแปล ด้วยล่ะมั้งครับ เลยแพงหน่อย

ReX: ก็คงงั้นแหละ

Petale: หน้ากระดาษจะหมดจริง ๆ แล้วครับ คำถามสุดท้ายของเรา ถ้าให้คะแนนนิยายเรื่องนี้ เต็ม 10 ให้กี่คะแนนครับ

ReX: ดี ๆ ข้าหิวแล้ว คะแนนของ ราชาแห่งราชัน ก็.. เล่มแรก 6 คะแนน เล่มสอง 8 คะแนน

Petale: ส่วนผม ให้เล่มแรกกับเล่มสอง 8 คะแนนเท่ากันครับ

ReX: ไปกินพิซซ่ากันได้หรือยัง แฮ่~!

Petale: ผมขอตัวไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ!

*****************

บทวิเคราะห์เรื่องนี้อาจมีหลายคนไม่เคยอ่าน เพราะเป็นนิยายแปลซึ่งผม (Woratana) ไม่เคยมาวิเคราะห์ ถ้าอ่านบทวิเคราะห์แล้วสนใจก็เชิญไปหามาอ่านกันได้นะครับ คราวหน้าจะนำนิยายของนักเขียนไทยมาวิเคราะห์กันบ้าง อยากให้วิเคราะห์เรื่องไหนก็บอกกันมาได้นะครับ (ถ้าส่งหนังสือมาให้ด้วยก็ดีนะ หุหุ)

บทวิเคราะห์ครั้งต่อไป ถ้าไม่ผิดพลาดน่าจะเป็นเรื่อง Orion ของ Mr.Moonlight นะครับ ถ้าสนใจก็ติดตามกันได้ที่บลอคนี้

ย้ำเตือนอีกครั้ง..

*ทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวของผู้เขียน ผู้เขียนจะเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของคุณ แต่คุณก็ต้องเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนเช่นกันนะครับ!แล้วพบกันใหม่เมื่อผมว่างจากการปั่นนิยาย~ไปแย่งสองคนข้างบนกินพิซซ่าก่อนล่ะครับ!

ก็จบกันไปแล้วนะครับ สำหรับการวิเคราะห์ของคุณเพเทลกับคุณเร็กซ์ ต่อไปอาจจะมีแขกรับเชิญท่านอื่นมาร่วมวิเคราะห์กันอีกนะครับ

Woratana [woratana [ณ] เมลร้อนดอทคอม]

*หมายเหตุ: อีเมล << เขียนแบบนี้ ไม่ใช่ อีเมล์ นะครับ อันนั้นอ่านว่า อี-เม (ไม่ได้ด่าคนอ่านที่ชื่อ เมเน้อ~)

Comment

Comment:

Tweet

ผมอ่านจบแล้วครับ11เล่ม และชอบมาก อยากให้มีภาคต่อ จบ แค่นี้ล่ะ

#88 By (49.230.72.202|49.230.72.202) on 2015-06-29 23:20

อืม...
ตอนแรกกะจะเข้ามาด