บทวิจารณ์ : The Last Song on the Frozen Tear

posted on 19 Dec 2005 12:13 by woratana

Review : The Last Song on the Frostzen Tear

บทวิจารณ์ : บทเพลงสุดท้ายแห่งดินแดนฟรอสเซ็น

โดย : Woratana [WK Creative]

กลับมาพบกันอีกครั้ง สำหรับผู้ที่รอบทวิจารณ์ และผู้ที่ผ่านเข้ามาพบโดยบังเอิญ งานวิจารณ์ครั้งที่สองของผมก็คงไม่หนีหายไปจากแวดวงวรรณกรรมเยาวชน เน้นว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่คนไทยแต่งด้วย (ซึ่งส่วนใหญ่อายุอานามก็ไม่เกินจากหลัก1X)

สำหรับเรื่องThe Last Song on the Frostzen Tearนั้น เป็นนิยายแฟนตาซีสายพันธุ์ไทยที่ผมซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือ ผู้เขียนใช้นามปากกาว่า อารัลเฟล ซึ่งถ้าใครติดตามรายชื่อหนังสือที่ตีพิมพ์ในเว็บDek-Dบ่อย ๆ จะทราบว่าผู้เขียนตีพิมพ์นิยายสองเรื่อง โดยใช้นามปากกาที่ต่างกัน และนิยายสองเรื่องก็ต่างแนวกันโดยสิ้นเชิง

หลายคนเห็นชื่อแล้วอาจงงเล็ก ๆ ว่าผมพิมพ์ผิดหรือไม่ ทำไมพิมพ์ว่า Frostzen แทนที่จะเป็น Frozen ให้ถูกต้องตามหลักภาษาอังกฤษ ผมขอบอกไว้เลยว่า The Last Song on the Frostzen Tear เป็นชื่อที่ขึ้นหน้าปกหนังสือ ซึ่งผมก็ขอเดาเอาเองว่าคนเขียนตั้งใจเขียนแบบนี้เพื่อไม่ให้ซ้ำกับคำว่า Frozen (เพราะคนเขียนก็อายุ 19 แล้ว คงไม่พลาดภาษาอังกฤษคำง่าย ๆ)

แต่เห็นชื่อเรื่องภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ผมก็ยังงงไม่หายว่าทำไมชื่อภาษาอังกฤษเขียนว่า Frostzen Tear ทว่าชื่อภาษาไทยกลับเขียนว่า ดินแดนฟรอสเซ็น คำว่า Tear หายไปไหนหนอ?

เกริ่นนำกันมาหลายบรรทัด มาเริ่มวิจารณ์กันเลยดีกว่า..!

เรื่องย่อ โดย Woratana

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเหล่าดรากูน อสูรแห่งฟากฟ้าผู้มาจากแดนรัตติกาล ได้เข้าโจมตีและยึดครองเมืองต่างๆ มากมายบนพื้นโลก แต่เมื่อพวกมันมาถึงเมืองฟรอสเซ็น พวกมันกลับไม่กล้าบุกเข้าไปในเมือง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันได้เข้าจู่โจมเมืองทุกเมืองที่เคลื่อนผ่าน เหตุที่มันไม่บุกเข้าไปในเมืองฟรอสเซ็นก็เพราะว่า บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในเมืองได้ทำให้มันรับรู้ถึงรสชาติแห่งความหวาดกลัว

สิ่งที่คอยค้ำจุนเมืองฟรอสเซ็นไม่ให้ถูกคุกคามจากเหล่าดรากูน คือเหรียญวิเศษทั้งห้า ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองและมีชาวเมืองให้การเคารพบูชามากมาย

วันหนึ่ง เหล่าดรากูนคิดอุบายยุยงมนุษย์ผู้หนึ่งให้นำเหรียญวิเศษไปซ่อน และแผนนั้นก็ประสบผลสำเร็จในค่ำคืนช่วงฤดูใบไม้ผลิ เหรียญวิเศษทั้งห้าได้ถูกขโมยออกไปจากเมืองฟรอสเซ็นและถูกนำไปซ่อนไว้

พวกดรากูนรีบบุกเข้าโจมตีเมืองฟรอสเซ็นในทันที ทว่าในตอนนั้นผู้วิเศษแห่งเมืองโอวาสกำลังอยู่ในเมืองนั้นพอดี จึงได้ขอกำลังจากเมืองโอวาสและเมืองคูบีเรียให้เข้ามาช่วยเมืองฟรอสเซ็นรบกับดรากูน สงครามกินระยะเวลาเกือบหนึ่งปี จนสุดท้ายเหล่าดรากูนก็ต้องเป็นฝ่ายปราชัยและถอยทัพกลับไปในที่สุด

เหล่าดรากูนยังไม่ยอมแพ้ พวกมันละจากเมืองฟรอสเซ็น และเข้าโจมตีเมืองโอวาสซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่รบกับมันในสงครามครั้งที่แล้ว

ชั่วพริบตาเดียวเมืองโอวาสก็เหลือแต่ซาก ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนแก่ก็ถูกฆ่าทิ้งจนหมดสิ้น ไม่เว้นแม้แต่องค์ราชากับองค์ราชินีแห่งเมืองโอวาส

ในที่สุดก็มีผู้รอดชีวิต นั่นคือมหาดเล็กคนสนิทของพระราชา ที่ได้หนีออกมาจากเมืองพร้อมกับทารกน้อย ผู้เป็นรัชทายาทพระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โอวาส และเหรียญวิเศษแห่งไฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในบ่อเกิดสุดยอดแห่งพลังอำนาจในศาสตราเวททั้งปวง

มหาดเล็กถูกเหล่าดรากูนไล่ล่าตัวอยู่นาน พวกดรากูนหวังจะเอาเหรียญวิเศษและทารกน้อยไปจากเขา เนื่องด้วยรัชทายาทพระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โอวาสได้ถูกบันทึกไว้ในคำทำนายของผู้วิเศษฟรินเทียร์ ว่าเมื่อทารกน้อยผู้นี้ถือกำเนิดขึ้นมา มนุษย์ทุกคนก็จะมีพลังอำนาจมากขึ้น และเหรียญวิเศษจะช่วยเหลือแดนมนุษย์ให้มีชัยในการทำสงครามกับเหล่าดรากูน

มหาดเล็กได้หลบเข้าไปในหมู่บ้านเนซซี่ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาเนซ และฝากทารกน้อยกับเหรียญวิเศษไว้กับหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่มาจากเมืองโอวาสเช่นกัน หลังจากนั้นมหาดเล็กก็ออกไปล่อเหล่าดรากูนให้ไปในทิศทางอื่น เพื่อมิให้ทารกน้อยและเหรียญวิเศษ กุญแจแห่งชัยชนะระหว่างมนุษย์กับดรากูนที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียว ต้องสูญสลายไป

ยี่สิบห้าปีผ่านไป ไม่มีวี่แววของมหาดเล็กผู้หลบหนีออกมาจากเมืองฟรอสเซ็น ทารกน้อยแห่งราชวงศ์โอวาสได้เติบใหญ่ขึ้นจนเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบห้าปี นามเฟรริก เลเยอร์ ซึ่งมีความสามารถในการทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคำทำนายของฟรินเทียร์ เรื่องของเหล่าดรากูน หรือแม้แต่เรื่องของเหรียญวิเศษ

จนมาถึงวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีของเขา ภาพหมู่บ้านเนซซีถูกเพลิงผลาญจนมอดไหม้ ผู้คนหนีตายอลหม่าน และเลือดแดงฉานย้อมจนหุบเขากลายเป็นสีแดงสด ได้ปรากฏขึ้นในมโนภาพของเขา

มันทำให้เขาร้อนใจ และสิ่งที่น่ากลัวก็คือ มโนภาพที่เขาเห็น สิ่งที่เขาฝัน ไม่เคยผิดพลาด!

ตำนานผู้รวบรวมเหรียญวิเศษทั้งห้าได้อุบัติขึ้น คำทำนายของผู้วิเศษฟรินเทียร์กำลังจะเป็นจริง

ท่วงทำนองสุดท้ายแห่งดินแดนฟรอสเซ็นจึงถูกยกมาขับขานอีกครั้ง

หน้าปก : แสงสีตระการตาตามสไตล์แฟนตาซีไทย โทนสีมองไกล ๆ คล้ายหนังสือเก่า (เน้นโทนขาว-ดำนิ) ปกหลังทำได้ดี ไม่มีอะไรขัดตา แต่ปกหน้ามังกรดำไม่ค่อยเท่เท่าที่ควร หาปีกมังกรไม่เจอ เห็นแต่มือกับเท้า ถ้าเปลี่ยนหัวก็กลายเป็นเผ่าพันธุ์อื่นได้ง่าย ๆ สำหรับตัวเฟรริกที่ยืนถือดาบอยู่ตรงมุมล่างซ้ายของภาพ เห็นอะไรเขียว ๆ บนหัว ซึ่งบัดนี้ยังงงอยู่ว่ามันคืออะไร (คาดว่าเป็นผ้าคลุมหัว) ซึ่งสีเขียวตรงนั้นมันทำให้โทนสีแปลก ๆ ไป จากที่มีเพียงสีโทนร้อนทั้งภาพ แล้วมีสีโทนเย็นปรากฏออกมาจุดหนึ่ง ผมคิดว่าน่าแปลกอยู่

มนตราแห่งเหรียญวิเศษทั้งห้า : อันเป็นบทกลอนห้าบท สำหรับเหรียญห้าธาตุ ได้แก่เหรียญแห่งไฟ เหรียญแห่งน้ำ เหรียญแห่งอัสนี เหรียญแห่งนิทรา และเหรียญแห่งวายุ ทุกเหรียญมีบทกลอนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งล้วนมีความไพเราะในระดับหนึ่ง บางบทกลอนยังพบความไม่คล้องจองที่เกิดขึ้น (หากแต่เป็นเพียงเล็กน้อย) สิ่งที่สะดุดใจผมมากที่สุดคือ คำว่า เวทย์

บทกลอนของเหรียญแห่งน้ำ กล่าวไว้ว่า

หยดวารียอดภาคีสรรพวุธ บริสุทธิ์ลบล้างทุกแห่งหล้า

เจ้าจักได้เวทย์วารีทุกศาสตรา ทั่วโลกาแห่งผืนน้ำเป็นของเรา

เห็นได้ชัดว่าใช้คำว่าเวทย์ผิด เนื่องจากอย่างที่รู้กันว่า เวทย์ แปลว่า พึงรู้, ควรรู้ จึงไม่สามารถใช้แทนคำว่า เวท หรือเวทมนตร์ได้

เรื่องภาษาไทยในการแต่งนิยายฝึกได้ง่าย ๆ ครับ แค่ว่าง ๆ ลองค้นหาดูตามเว็บไซด์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเขียนนิยาย เอ ถ้าผมจำไม่ผิดเคยเห็นคำว่า เวท ในนิยายเรื่องนี้นี่นา แล้วทำไมในบทกลอนกลับใช้ผิด

สรรพนาม : เรื่องนี้ใช้สรรพนามบุรุษที่สามแบบไม่จำกัดผู้เล่า หรือThird Person Omnisient เป็นการบรรยายแต่ละตัวละครอย่างเท่าเทียม รวมทั้งบอกความคิดของแต่ละตัวละครไว้ด้วย ต่างกับบุรุษที่สามจำกัดผู้เล่า (Third Person Limited) ที่จะเล่าถึงความคิดของตัวละครเอกเพียงตัวเดียว รวมถึงสัมผัสทั้งห้าที่ตัวเอกสัมผัสได้ โดยไม่บอกเล่าถึงความคิดของผู้อื่น จากมุมมองของผม ผมคิดว่าแบบLimitedดีกว่าแบบOmnisientอยู่นิดหน่อย เพราะจะเข้าถึงตัวละครและฉากหลังได้ดีกว่าการเขียนแบบOmnisient

คะแนนนิยาย :

แต่ละหัวข้อเต็ม 20 คะแนนนะครับ

การบรรยาย  17 คะแนน

การดำเนินเรื่อง ความเหมาะสมของเรื่องและเหตุการณ์  18 คะแนน

ไวยากรณ์ การจัดหน้า ความยาวของแต่ละบท  17 คะแนน

ความคิดสร้างสรรค์  16 คะแนน

องค์ประกอบโดยรวม  17 คะแนน

รวมทั้งสิ้น 85 คะแนน เต็ม 100 คะแนน

วิเคราะห์พลอตเรื่องแบบสั้น ๆ และไม่สปอยล์ :

เริ่มเรื่อง >> ทำได้ดี เปิดฉากเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสาเหตุต่าง ๆ

กลางเรื่อง >> การเดินทางของเฟรริกเพื่อรวบรวมเหรียญทั้งห้า แต่ละฉากน่าสนใจ และดำเนินเรื่องได้ดี เพียงแต่สลับฉากเร็วไปหน่อย (สลับไปสลับมาจนคนอ่านงงนิด ๆ)

ท้ายเรื่อง >> สรุปจบได้อย่างดี การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเขียนได้น่าตื่นเต้น ชวนให้ติดตาม โดยเฉพาะสามบทสุดท้าย แต่งได้ดีจนต้องยกนิ้วให้ (นิ้วโป้งนะ ไม่ใช่นิ้วอื่น)

Check!! การเช็คประโยคแบบบรรทัดต่อบรรทัด !

จากที่ใช้วิธีนี้ในการบทวิจารณ์เลียร์ เสียงตอบรับกับวิธีนี้ก็หลายอยู่ ผมจึงนำวิธีนี้มาใช้อีกครั้ง หวังว่าคงจะไม่เบื่อกันซะก่อนนะครับ

หน้า 49

ดรากูนจับร่างของเดลเฟียเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงกระดูกดังกรอบแกรบอยู่ในปาก

>> ใครที่อ่าน จะรู้ว่าเดลเฟียมีดาบสีเทาเก่า ๆ อยู่ในมือ และใจสู้ของเธอก็มีเกินร้อย น่าแปลกที่เธอไม่ใช้ดาบให้เกิดประโยชน์ และยังไม่มีการบอกเล่าว่าเธอขัดขืนอีกด้วย

หน้า 60

อสูราล่าพิภพม้วยมลาย

>> เป็นท่อนหนึ่งจากคำทำนายของฟรินเทียร์ ถ้าท่านได้อ่าน จะรู้ว่ากลอนบทนี้คล้องจองกันอย่างประหลาด (ประหลาดกว่ากลอนแปดทั่วไป) หรือพูดง่าย ๆ คือใช้คำคล้องที่ผิดตำแหน่งนั่นเอง คำว่า อสูรา คาดว่าจะเป็น อสุรา ซึ่งคำว่าอสูราไม่มีในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับพ.. 2542 (หลายคนไม่รู้จัก ผมหมายถึงพจนานุกรมเล่มหนาปึ้ก หนาประมาณพันกว่าหน้า ปกแข็ง ซึ่งเป็นพจนานุกรมที่ใช้อ้างอิงได้ และได้รับการยอมรับในประเทศไทย) คำนี้ควรจะเป็น อสุรา หรือ อสูร ที่มีความถูกต้องมากกว่า และใช้กันแพร่หลายมากกว่าด้วย

หน้า 67

ทำให้เฟรริกและอารัลเฟลค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นบนสะพานอย่างประณีต

>> คำว่าประณีตใช้กับการเดินได้ด้วยเหรอครับ ผมคิดว่ามันแปลก ๆ

หน้า 75